ทำไมเจ้าสัว กลุ่มทุนระดับประเทศ หรือบริษัทขนาดใหญ่ถึงไม่ทำธุรกิจหลายๆ อย่างกระจุกตัวอยู่ในบริษัทเดียว แต่เลือกที่จะปรับโครงสร้างและจัดตั้ง "บริษัทโฮลดิ้ง" ขึ้นมาถือหุ้นแทน? วันนี้เราจะพาไปไขความลับของคนรวย ว่าโครงสร้างนี้มีข้อดีอย่างไร ทำไมธุรกิจที่เริ่มมีกำไรสูงถึงควรหันมาวางแผนเรื่องนี้
Holding Company คืออะไร?
บริษัทโฮลดิ้ง หรือ บริษัทผู้ถือหุ้น (Holding Company) คือ บริษัทที่ไม่ได้ประกอบธุรกิจผลิตสินค้าหรือให้บริการอย่างมีนัยสำคัญเป็นของตนเอง แต่เป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นมาโดยมีรายได้หลักจาก "เงินปันผล" ที่ได้จากการเข้าไปลงทุนถือหุ้นในบริษัทอื่น (บริษัทย่อย หรือ Operating Co)
ประโยชน์ข้อที่ 1: การยกเว้นภาษีเงินปันผล (Tax Shield)
ไฮไลต์สำคัญที่เป็นเคล็ดลับเซฟภาษีของโครงสร้างนี้ คือ สิทธิประโยชน์ทางภาษีนิติบุคคลที่ช่วยให้ บริษัท Holding ไม่ต้องเสียภาษีซ้ำซ้อน โดยเงินปันผลที่ได้รับจะ "ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล" 100% เต็ม ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (10) หากเข้าเงื่อนไขครบ 3 ข้อ ดังนี้
- บริษัท Holding ถือหุ้นในบริษัทย่อยไม่น้อยกว่า 25% ของหุ้นที่มีสิทธิออกเสียง
- บริษัท Holding และบริษัทย่อย ต้องไม่มีการถือหุ้นไขว้ระหว่างกัน
- บริษัท Holding ต้องถือหุ้นก่อนและหลังการจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 3 เดือน

ประโยชน์ข้อที่ 2: จำกัดความเสี่ยงทางธุรกิจ
เมื่อธุรกิจเติบโตและมีการขยายสายงาน เช่น แยกกิจการอสังหาริมทรัพย์, สื่อ, หรืออาหาร ไว้ในบริษัทย่อยที่ต่างกัน หากมีบริษัทย่อยแห่งใดแห่งหนึ่งดำเนินงานขาดทุน หรือมีปัญหาฟ้องร้อง หนี้สินที่เกิดขึ้นในนามบริษัทย่อยนั้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อส่วนอื่นๆ ทรัพย์สินของ บริษัท Holding และบริษัทย่อยอื่นๆ จะยังคงได้รับการคุ้มครอง และเจ้าหนี้จะไม่สามารถเข้าถึงทรัพย์สินเหล่านั้นได้
ประโยชน์ข้อที่ 3: ส่งต่อความมั่งคั่ง (Family Wealth)
การจัดตั้ง บริษัท Holding ให้เป็นศูนย์กลางความเป็นเจ้าของ จะช่วยให้การจัดการทรัพย์สินเป็นระเบียบและง่ายขึ้น ในมุมของการสืบทอดกิจการแบบกงสี โครงสร้างนี้จะช่วยลดความขัดแย้ง เพราะมีสัดส่วนการถือหุ้นที่ชัดเจน ทำให้เจ้าของสามารถวางแผนจัดสรรปันส่วนหุ้นและส่งต่อมรดกให้ลูกหลานได้ง่ายขึ้นผ่านการถือหุ้นในบริษัทแม่เพียงที่เดียว
ข้อควรพิจารณาก่อนจัดตั้ง
แม้จะมีประโยชน์มหาศาล แต่การทำโครงสร้าง บริษัท Holding ก็มีข้อเสียที่ต้องตระหนักเช่นกัน นั่นคือ "โครงสร้างที่ซับซ้อนขึ้นและต้นทุนที่สูงขึ้น" การมีบริษัทในเครือหลายแห่ง หมายถึงคุณจะต้องเสียค่าธรรมเนียมจัดตั้งบริษัทเพิ่มขึ้น รวมถึงมีต้นทุนในการบริหารจัดการและจัดทำเอกสารด้านบัญชี ภาษี และค่าสอบบัญชีที่ต้องจ่ายแยกสำหรับแต่ละบริษัทด้วย

โดยสรุปแล้ว การจัดตั้ง บริษัท Holding ไม่ใช่เรื่องที่สงวนไว้สำหรับองค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น สำหรับธุรกิจ SME ที่เติบโต เริ่มมีกำไรสูง และมีหลายสายธุรกิจ ก็สามารถเริ่มพิจารณาวางแผนโครงสร้างนี้ได้ เพื่อประโยชน์ในด้านความยั่งยืน การบริหารจำกัดความเสี่ยงทางธุรกิจ และที่สำคัญคือเป็นรากฐานที่ดีในการส่งต่อมรดกธุรกิจ (Family Wealth) อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
