กลับไปยังบทความทั้งหมด
รวยแล้วทำไมต้องตั้ง "Holding Company"? เคล็ดลับส่งต่อความมั่งคั่งและเซฟภาษี
เคล็ดลับ

รวยแล้วทำไมต้องตั้ง "Holding Company"? เคล็ดลับส่งต่อความมั่งคั่งและเซฟภาษี

Holding Company คืออะไร? ไขความลับทำไมธุรกิจขนาดใหญ่ชอบตั้งบริษัทโฮลดิ้ง พร้อมเจาะลึกสิทธิประโยชน์ทางภาษี การจำกัดความเสี่ยง และการส่งต่อความมั่งคั่ง (Family Wealth)

แชร์บทความ

สรุปย่อ

ทำไมเจ้าสัว กลุ่มทุนระดับประเทศ หรือบริษัทขนาดใหญ่ถึงไม่ทำธุรกิจหลายๆ อย่างด้วยบริษัทเดียว แต่เลือกที่จะจัดตั้ง "บริษัทโฮลดิ้ง" ขึ้นมาถือหุ้นแทน? วันนี้เราจะพาไปไขความลับของคนรวย ว่าโครงสร้างนี้มีดียังไง

ทำไมเจ้าสัว กลุ่มทุนระดับประเทศ หรือบริษัทขนาดใหญ่ถึงไม่ทำธุรกิจหลายๆ อย่างกระจุกตัวอยู่ในบริษัทเดียว แต่เลือกที่จะปรับโครงสร้างและจัดตั้ง "บริษัทโฮลดิ้ง" ขึ้นมาถือหุ้นแทน? วันนี้เราจะพาไปไขความลับของคนรวย ว่าโครงสร้างนี้มีข้อดีอย่างไร ทำไมธุรกิจที่เริ่มมีกำไรสูงถึงควรหันมาวางแผนเรื่องนี้

Holding Company คืออะไร?

บริษัทโฮลดิ้ง หรือ บริษัทผู้ถือหุ้น (Holding Company) คือ บริษัทที่ไม่ได้ประกอบธุรกิจผลิตสินค้าหรือให้บริการอย่างมีนัยสำคัญเป็นของตนเอง แต่เป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นมาโดยมีรายได้หลักจาก "เงินปันผล" ที่ได้จากการเข้าไปลงทุนถือหุ้นในบริษัทอื่น (บริษัทย่อย หรือ Operating Co)

ประโยชน์ข้อที่ 1: การยกเว้นภาษีเงินปันผล (Tax Shield)

ไฮไลต์สำคัญที่เป็นเคล็ดลับเซฟภาษีของโครงสร้างนี้ คือ สิทธิประโยชน์ทางภาษีนิติบุคคลที่ช่วยให้ บริษัท Holding ไม่ต้องเสียภาษีซ้ำซ้อน โดยเงินปันผลที่ได้รับจะ "ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล" 100% เต็ม ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (10) หากเข้าเงื่อนไขครบ 3 ข้อ ดังนี้

  1. บริษัท Holding ถือหุ้นในบริษัทย่อยไม่น้อยกว่า 25% ของหุ้นที่มีสิทธิออกเสียง
  2. บริษัท Holding และบริษัทย่อย ต้องไม่มีการถือหุ้นไขว้ระหว่างกัน
  3. บริษัท Holding ต้องถือหุ้นก่อนและหลังการจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 3 เดือน

holding2.jpg

ประโยชน์ข้อที่ 2: จำกัดความเสี่ยงทางธุรกิจ

เมื่อธุรกิจเติบโตและมีการขยายสายงาน เช่น แยกกิจการอสังหาริมทรัพย์, สื่อ, หรืออาหาร ไว้ในบริษัทย่อยที่ต่างกัน หากมีบริษัทย่อยแห่งใดแห่งหนึ่งดำเนินงานขาดทุน หรือมีปัญหาฟ้องร้อง หนี้สินที่เกิดขึ้นในนามบริษัทย่อยนั้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อส่วนอื่นๆ ทรัพย์สินของ บริษัท Holding และบริษัทย่อยอื่นๆ จะยังคงได้รับการคุ้มครอง และเจ้าหนี้จะไม่สามารถเข้าถึงทรัพย์สินเหล่านั้นได้

ประโยชน์ข้อที่ 3: ส่งต่อความมั่งคั่ง (Family Wealth)

การจัดตั้ง บริษัท Holding ให้เป็นศูนย์กลางความเป็นเจ้าของ จะช่วยให้การจัดการทรัพย์สินเป็นระเบียบและง่ายขึ้น ในมุมของการสืบทอดกิจการแบบกงสี โครงสร้างนี้จะช่วยลดความขัดแย้ง เพราะมีสัดส่วนการถือหุ้นที่ชัดเจน ทำให้เจ้าของสามารถวางแผนจัดสรรปันส่วนหุ้นและส่งต่อมรดกให้ลูกหลานได้ง่ายขึ้นผ่านการถือหุ้นในบริษัทแม่เพียงที่เดียว

ข้อควรพิจารณาก่อนจัดตั้ง

แม้จะมีประโยชน์มหาศาล แต่การทำโครงสร้าง บริษัท Holding ก็มีข้อเสียที่ต้องตระหนักเช่นกัน นั่นคือ "โครงสร้างที่ซับซ้อนขึ้นและต้นทุนที่สูงขึ้น" การมีบริษัทในเครือหลายแห่ง หมายถึงคุณจะต้องเสียค่าธรรมเนียมจัดตั้งบริษัทเพิ่มขึ้น รวมถึงมีต้นทุนในการบริหารจัดการและจัดทำเอกสารด้านบัญชี ภาษี และค่าสอบบัญชีที่ต้องจ่ายแยกสำหรับแต่ละบริษัทด้วย

holding3.jpg

โดยสรุปแล้ว การจัดตั้ง บริษัท Holding ไม่ใช่เรื่องที่สงวนไว้สำหรับองค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น สำหรับธุรกิจ SME ที่เติบโต เริ่มมีกำไรสูง และมีหลายสายธุรกิจ ก็สามารถเริ่มพิจารณาวางแผนโครงสร้างนี้ได้ เพื่อประโยชน์ในด้านความยั่งยืน การบริหารจำกัดความเสี่ยงทางธุรกิจ และที่สำคัญคือเป็นรากฐานที่ดีในการส่งต่อมรดกธุรกิจ (Family Wealth) อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

แชร์บทความ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เปลี่ยนมาใช้ e-Tax Invoice ดียังไง? ทำไม SME ต้องรีบทำก่อนตกขบวน

สรุปครบ! e-Tax Invoice & e-Receipt คืออะไร? ข้อดีที่ SME จะได้รับ พร้อมวิธีเริ่มต้นใช้งานแบบง่ายๆ ประหยัดต้นทุน ลดปัญหาเอกสารหาย และได้สิทธิลดหย่อนภาษี

เป็นนายหน้า TikTok / ทำ Affiliate ต้องเสียภาษีไหม? สรุปวิธีคำนวณภาษีฉบับครีเอเตอร์

สายแปะตะกร้าต้องรู้! เป็นนายหน้า TikTok และทำ Affiliate เสียภาษีอย่างไร? สรุปวิธีคำนวณภาษี การหักค่าใช้จ่าย และจุดระวังเรื่อง VAT เมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้าน

เจ้าของบริษัทจ่ายเงินให้ตัวเองแบบไหนคุ้มสุด? "เงินเดือน" VS "เงินปันผล"

เปิดบริษัทแล้วเอาเงินออกอย่างไรให้ถูกต้อง? เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียระหว่างการจ่าย "เงินเดือน" หรือ "เงินปันผล" พร้อมเทคนิคใช้เครดิตภาษีเงินปันผลให้คุ้มค่าที่สุด