หยิบยกกระแสการหาเงินออนไลน์ยุคใหม่ ไม่ว่าใครก็สามารถแปะตะกร้าหาเงินผ่านคลิปวิดีโอได้แบบง่ายๆ แต่พอรายได้เริ่มเข้ามารัวๆ หลายคนเริ่มเกิดความกังวลและมีคำถามในใจว่า "สรรพากรจะรู้ไหม?" คำตอบคือ "รู้แน่!" เพราะระบบของแพลตฟอร์มมีการหักและนำส่งข้อมูลภาษี บทความนี้จะมาสรุปเรื่องภาษีให้ชาวครีเอเตอร์เข้าใจแบบง่ายๆ เพื่อให้คุณหาเงินได้อย่างสบายใจและไม่โดนย้อนหลังครับ
รายได้จาก Affiliate ถือเป็นเงินได้ประเภทไหน?
ก่อนอื่นต้องแยกประเภทรายได้ให้ชัดเจนก่อน หากคุณเปิดร้านขายสินค้าของตัวเอง มีการสต็อกของ หรือรับออเดอร์มาส่ง แบบนี้จะถือเป็นธุรกิจพาณิชยกรรม คือ เงินได้ประเภทที่ 8 (มาตรา 40(8))
แต่ถ้าคุณเป็นนายหน้า (Affiliate Marketing) โปรโมทสินค้าผ่านลิงก์หรือแปะตะกร้า โดยที่คุณไม่ต้องถือสต็อกสินค้า แล้วได้รับส่วนแบ่งเป็น "คอมมิชชัน" รายได้ส่วนนี้สรรพากรจะมองว่าเป็นการรับจ้างทั่วไปหรือค่านายหน้า ซึ่งถือเป็น เงินได้ประเภทที่ 2 (มาตรา 40(2))
วิธีคำนวณภาษีและสิทธิหักค่าใช้จ่าย
การเป็นนายหน้ามีข้อจำกัดสำคัญที่ครีเอเตอร์รายได้สูงต้องระวังให้ดี คือ กฎหมายกำหนดให้รายได้ประเภทที่ 2 (มาตรา 40(2)) สามารถหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 50% "แต่สูงสุดรวมกันต้องไม่เกิน 100,000 บาท" เท่านั้น
เมื่อทราบรายได้และค่าใช้จ่ายแล้ว คุณสามารถคำนวณภาษีเบื้องต้นได้จากสูตรนี้:
(รายได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน) x อัตราภาษีก้าวหน้า = ภาษีที่ต้องจ่าย
Source by Finnomena Funds
(หมายเหตุ: หากคุณมีรายได้รวมเกิน 120,000 บาทต่อปี สรรพากรจะให้คำนวณอีกวิธีคือ รายได้ x 0.5% ด้วย เพื่อเปรียบเทียบว่าวิธีไหนเสียภาษีสูงกว่า ให้จ่ายตามวิธีนั้น)
จุดอันตราย! รายได้ทะลุ 1.8 ล้านบาท นี่คือจุดที่นายหน้าและครีเอเตอร์หลายคนมักพลาดพลั้ง! หากรายได้จากการเป็นนายหน้า Affiliate ของคุณ หรือรายได้จากการขายของรวมกัน เกิน 1,800,000 บาทต่อปี กฎหมายบังคับให้คุณต้อง จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รายได้ถึงเกณฑ์ หากคุณไม่ยอมจดทะเบียน นอกจากจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มย้อนหลังแล้ว ยังมีโทษปรับที่สูงมากอีกด้วย
เมื่อจด VAT แล้ว คุณจะมีหน้าที่ต้องจัดทำรายงานภาษีขาย-ภาษีซื้อ และยื่นแบบ ภ.พ.30 เป็นประจำทุกเดือน (ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป)
ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย (WHT) ต้องทำอย่างไร?
ทุกครั้งที่แพลตฟอร์ม (เช่น TikTok, Shopee, Lazada) หรือแบรนด์ต่างๆ โอนเงินค่าคอมมิชชันให้คุณ มักจะมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ล่วงหน้า 3% หรือ 5% สิ่งสำคัญคือคุณต้องเก็บ "เอกสาร 50 ทวิ" (หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย) ไว้ให้ดี เพราะเอกสารนี้เปรียบเสมือนเงินสด คุณสามารถนำยอดภาษีที่ถูกหักไปแล้วนี้ มาใช้เป็น "เครดิตภาษี" เพื่อหักลบกับยอดภาษีรวมที่คุณต้องจ่ายตอนสิ้นปีได้

การเป็นนายหน้าออนไลน์ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หากคุณทำความเข้าใจระบบภาษีอย่างถูกต้อง คำแนะนำที่ดีที่สุดคือ ขอให้ครีเอเตอร์เก็บรวบรวมเอกสารรายได้ให้ครบถ้วน แยกบัญชีธนาคารสำหรับทำธุรกิจกับบัญชีส่วนตัวออกจากกันเพื่อความชัดเจน และที่สำคัญ อย่าลืมหน้าที่ในการยื่นแบบแสดงรายการภาษี ซึ่งบุคคลธรรมดาจะต้องยื่นภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด.94 สำหรับรายได้ตามมาตรา 40(5)-(8)) ภายในเดือน ก.ค. - ก.ย. และต้องสรุปยื่นภาษีประจำปี (ภ.ง.ด.90) ภายในเดือน ม.ค. - มี.ค. ของปีถัดไปให้ถูกต้อง หากเริ่มต้นทำอย่างถูกต้องและเป็นระบบ คุณก็จะสามารถรับทรัพย์จากการทำ Affiliate ได้อย่างสบายใจ ไร้กังวลเรื่องสรรพากรเรียกตรวจย้อนหลังครับ!
