เมื่อชาวฟรีแลนซ์ อินฟลูเอนเซอร์ หรือแม่ค้าออนไลน์ ทำธุรกิจจนเติบโตและมียอดขายรวมตลอดทั้งปีทะลุ 1,800,000 บาท สิ่งที่คุณหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ กฎหมายบังคับให้ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ยอดขายเกิน จุดนี้เองนำมาสู่คำถามยอดฮิตว่า เราควรไปต่อในนาม "บุคคลธรรมดาจด VAT" หรือเปลี่ยนรูปแบบไป "จดทะเบียนบริษัท" แบบไหนจะประหยัดและคุ้มค่ากว่ากัน?
ทำความเข้าใจระบบ VAT เมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท
ก่อนจะตัดสินใจเลือกรูปแบบธุรกิจ ต้องเข้าใจก่อนว่าเมื่อจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว คุณจะมีหน้าที่ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 7% จากลูกค้า ซึ่งเรียกว่า "ภาษีขาย" และสามารถนำมาหักลบกับ "ภาษีซื้อ" หรือ VAT 7% ที่คุณได้จ่ายไปตอนซื้อสินค้าหรือบริการเข้ามาประกอบกิจการ โดยมีหน้าที่ต้องจัดทำรายงานภาษีและนำส่งให้กรมสรรพากรผ่านการยื่นแบบ "ภ.พ.30" เป็นประจำทุกเดือน ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ไม่ว่าเดือนนั้นจะมีภาษีต้องนำส่งหรือไม่ก็ตาม

ทางเลือกที่ 1: บุคคลธรรมดา + จด VAT
- ข้อดี: การบริหารจัดการยังคงมีความคล่องตัวสูง ทำได้ง่ายด้วยตัวเอง และไม่มีต้นทุนค่าทำบัญชีรายเดือนหรือค่าผู้สอบบัญชีที่สูงเหมือนกับการจดบริษัท
- ข้อเสีย: คุณยังคงต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราก้าวหน้า ซึ่งมีอัตราสูงสุดถึง 35% นอกจากนี้ หากคุณเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่ายในอัตรา 60% ของยอดขาย อาจจะทำให้เสียเปรียบหากต้นทุนที่แท้จริงของคุณสูงกว่านั้น รวมไปถึงมีหน้าที่ต้องยื่นภาษีถึง 2 ครั้งต่อปี คือ ภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด. 94) และภาษีประจำปี
ทางเลือกที่ 2: นิติบุคคล (บริษัท) + จด VAT
- ข้อดี: การจดบริษัทช่วยให้คุณเสียภาษีในอัตราที่ถูกลง โดยอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลทั่วไปจะอยู่ที่ 20% และหากเข้าเงื่อนไขธุรกิจ SME (ทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท) จะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่คุ้มค่ามาก คือ กำไรสุทธิ 300,000 บาทแรก ได้รับการยกเว้นภาษี และกำไรสุทธิ 300,001 - 3,000,000 บาท เสียภาษีในอัตราเพียง 15% เท่านั้น นอกจากนี้ยังสามารถนำบิลค่าใช้จ่ายต่างๆ มาหักเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทตามจริงได้อย่างเต็มที่
- ข้อเสีย: มีต้นทุนในการบริหารจัดการเพิ่มขึ้น เช่น ค่าจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ค่าจ้างสำนักงานบัญชีรายเดือน และค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีประจำปี รวมถึงมีความเข้มงวดในการเบิกจ่ายเงินสดที่ต้องมีเอกสารหลักฐานมารองรับอย่างเป็นระบบ
โดยสรุปแล้ว หากธุรกิจของคุณมีกำไรค่อนข้างสูงและมีแผนที่จะขยายธุรกิจในระยะยาว การเปิดบริษัทจดทะเบียนจะช่วยให้คุณประหยัดภาษีได้มากกว่าและคุ้มค่ากว่าอย่างชัดเจน แต่หากคุณยังต้องการความคล่องตัว มีกำไรเบื้องต้นยังไม่สูงมาก และต้องการประหยัดต้นทุนค่าทำบัญชีในช่วงแรก การทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดาจด VAT ก็อาจเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์กว่า

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือ หากยอดขายของคุณทะลุ 1.8 ล้านบาทแล้ว ขอให้รีบดำเนินการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มทันทีภายใน 30 วัน เพื่อป้องกันปัญหาการถูกเรียกเก็บภาษีและเบี้ยปรับย้อนหลังซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างหนักต่อธุรกิจของคุณได้
