กลับไปยังบทความทั้งหมด
มัดรวม "รายจ่ายหักได้ 2 เท่า" สิทธิประโยชน์ที่เจ้าของ SME ต้องรู้ในปีนี้
เคล็ดลับ

มัดรวม "รายจ่ายหักได้ 2 เท่า" สิทธิประโยชน์ที่เจ้าของ SME ต้องรู้ในปีนี้

จ่าย 100 หักได้ 200 มีอยู่จริง! อัปเดตรายการค่าใช้จ่ายที่ธุรกิจ SME สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า พร้อมเช็กเงื่อนไขการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากกรมสรรพา

แชร์บทความ

สรุปย่อ

จ่าย 100 หักได้ 200 มีอยู่จริง! เทคนิคประหยัดภาษีง่ายๆ แค่รู้สิทธิประโยชน์ที่สรรพากรให้สำหรับธุรกิจ SME

จ่าย 100 บาท แต่สรรพากรให้บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายได้ถึง 200 บาท... เรื่องแบบนี้มีอยู่จริง! นี่คือเทคนิคประหยัดภาษีง่ายๆ เพียงแค่คุณรู้และเข้าใจสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่กรมสรรพากรตั้งใจมอบให้เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ SME

"รายจ่ายหักได้ 2 เท่า" คืออะไร?

อธิบายหลักการเบื้องต้นให้เข้าใจง่ายๆ คือ กฎหมายภาษีอนุญาตให้ธุรกิจนำ "รายจ่ายบางประเภท" มาบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ "มากกว่ายอดเงินที่จ่ายไปจริง" (เช่น หักได้ 2 เท่า หรือ 200%) เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ภาคเอกชนเกิดการลงทุนหรือมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจในด้านต่างๆ

ลิสต์ค่าใช้จ่ายยอดฮิตที่หักได้ 2 เท่า (ควรเช็กอัปเดตปีต่อปี)

มาตรการภาษีเหล่านี้มักมีการอัปเดตเงื่อนไขอยู่เสมอ สิ่งที่เจ้าของธุรกิจมักนิยมนำมาใช้สิทธิประโยชน์ ได้แก่:

  1. การจ้างงานผู้สูงอายุ: ธุรกิจสามารถนำค่าจ้างพนักงานที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปมาหักรายจ่ายได้ 2 เท่า (โดยมีเพดานเงินเดือนและจำนวนคนต่อสัดส่วนพนักงานตามที่กฎหมายกำหนด)
  2. ค่าอบรมและพัฒนาพนักงาน: รายจ่ายจากการส่งพนักงานไปอบรมในหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สามารถนำมาหักรายจ่ายได้ 2 เท่า
  3. การลงทุนในซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์: การจ่ายค่าซื้อ จ้างทำ หรือใช้บริการโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อการบริหารจัดการธุรกิจ จากผู้พัฒนาที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง (ตามที่ได้รับการส่งเสริม) สามารถนำมาหักค่าใช้จ่ายได้ (ตามเกณฑ์ที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาทสำหรับมาตรการโปรแกรมคอมพิวเตอร์)
  4. รายจ่ายเพื่อการกุศล/การศึกษา: การบริจาคเงินผ่านระบบ e-Donation ให้แก่สถานศึกษาของรัฐหรือโครงการที่กฎหมายกำหนด ก็มักจะได้รับสิทธิประโยชน์ในการหักค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเช่นกัน

expense3.jpg

เงื่อนไขสำคัญที่ห้ามพลาด

ข้อควรระวังคือ "ไม่ใช่ทุกบริษัทที่จะได้สิทธินี้" กิจการของคุณจะต้องเข้าเงื่อนไขนิยามคำว่า "SME" ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรเสียก่อน นั่นคือ

  • ต้องเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่
  • มีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ไม่เกิน 5 ล้านบาท
  • มีรายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการในรอบปีนั้น ไม่เกิน 30 ล้านบาท หากเกินกว่านี้ จะหลุดจากการเป็น SME และไม่สามารถใช้สิทธิประโยชน์เหล่านี้ได้

expense2.jpg

เมื่อทราบสิทธิประโยชน์เหล่านี้แล้ว เจ้าของธุรกิจ SME ควรเริ่มวางแผนการใช้จ่ายและการลงทุนของบริษัทล่วงหน้า โดยเฉพาะในช่วงปลายปี เพื่อเตรียมเอกสารให้พร้อมและดึงสิทธิประโยชน์ "รายจ่ายหักได้ 2 เท่า" มาใช้ให้คุ้มค่าที่สุด ซึ่งจะช่วยลดกำไรสุทธิและประหยัดภาษีให้บริษัทได้อย่างมหาศาล

แชร์บทความ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เปลี่ยนมาใช้ e-Tax Invoice ดียังไง? ทำไม SME ต้องรีบทำก่อนตกขบวน

สรุปครบ! e-Tax Invoice & e-Receipt คืออะไร? ข้อดีที่ SME จะได้รับ พร้อมวิธีเริ่มต้นใช้งานแบบง่ายๆ ประหยัดต้นทุน ลดปัญหาเอกสารหาย และได้สิทธิลดหย่อนภาษี

เป็นนายหน้า TikTok / ทำ Affiliate ต้องเสียภาษีไหม? สรุปวิธีคำนวณภาษีฉบับครีเอเตอร์

สายแปะตะกร้าต้องรู้! เป็นนายหน้า TikTok และทำ Affiliate เสียภาษีอย่างไร? สรุปวิธีคำนวณภาษี การหักค่าใช้จ่าย และจุดระวังเรื่อง VAT เมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้าน

รวยแล้วทำไมต้องตั้ง "Holding Company"? เคล็ดลับส่งต่อความมั่งคั่งและเซฟภาษี

Holding Company คืออะไร? ไขความลับทำไมธุรกิจขนาดใหญ่ชอบตั้งบริษัทโฮลดิ้ง พร้อมเจาะลึกสิทธิประโยชน์ทางภาษี การจำกัดความเสี่ยง และการส่งต่อความมั่งคั่ง (Family Wealth)